เงินดิจิทัลดิ่งทันทีหลังเกาหลีใต้เผยเตรียมปิดเว็บแลกเปลี่ยน

สกุลเงินดิจิทัลเข้ารหัสหรือคริปโตเคอเรนซีพากันร่วงระนาวในวันนี้ หลังจากทางการเกาหลีใต้เผยว่าเตรียมปิดเว็บไซต์แลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี ด้านมหาเศรษฐีนักลงทุนเตือนว่า คริปโตเคอเรนซีจะพบจุดจบเลวร้าย

คริปโตเคอเรนซียอดนิยมอย่างบิทคอยน์และอีเธอเรียมราคาร่วงไปร้อยละ 18 และ 23 ตามลำดับในการซื้อขายผ่านบิททัมบ์ เว็บไซต์แลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซีร่วม 20 สกุลในเกาหลีใต้ หลังจากนายปัก ซางกี รัฐมนตรียุติธรรมเผยวันนี้ว่า กระทรวงกำลังเตรียมออกกฎหมายห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยสกุลเงินเสมือนจริง เพราะเป็นห่วงอย่างยิ่งต่อกระแสคลั่งไคล้ในขณะนี้ และกำลังหาทางปิดเว็บไซต์แลกเปลี่ยนสกุลเงินเสมือนจริงด้วย เพราะสถานการณ์เข้าข่ายการพนันและการเก็งกำไรแล้ว

เกาหลีใต้กลายเป็นแหล่งค้าคริปโตเคอเรนซีที่ร้อนแรงของโลก มีการทำรายการถึงร้อยละ 20 ของทั้งโลก ทั้งที่เศรษฐกิจมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 2 ของโลกเท่านั้น ทางการได้ออกมาตรการหลายอย่างแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งกระแสได้ โดยเมื่อวานนี้เจ้าหน้าที่สรรพากรได้บุกตรวจสอบเอกสารของบิททัมบ์ ขณะที่เจ้าหน้าที่การเงินตรวจสอบธนาคารในประเทศ 6 แห่งที่เปิดบัญชีเสมือนจริงให้แก่ลูกค้านิติบุคคล ส่วนเมื่อเดือนก่อนได้ห้ามบริษัทการเงินข้องเกี่ยวกับสกุลเงินเสมือนจริง ตามด้วยการห้ามเปิดบัญชีคริปโตเคอเรนซีโดยไม่ใช้ชื่อจริง และกวาดล้างการฟอกเงินด้วยเงินแบบนี้

ด้านนายวอร์เรน บัฟเฟต มหาเศรษฐีนักลงทุนให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซีเมื่อวันพุธตามเวลาสหรัฐว่า กระแสคลั่งไคล้บิทคอยน์และสกุลเงินเสมือนจริงอื่น ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกอยู่ในขณะนี้จะต้องพบกับจุดจบที่เลวร้ายอย่างแน่นอน เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่และอย่างไร ราคาบิทคอยน์ทะยานจากหน่วยละ 750 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 24,028 บาท) เมื่อต้นเดือนมกราคมปีก่อนไปสร้างสถิติเกิน 19,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 624,738 บาท) เมื่อกลางเดือนธันวาคม ล่าสุดเคลื่อนไหวที่ 13,5000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 432,535 บาท) ในการซื้อขายบ่ายวันนี้ในตลาดเอเชีย

สำนักข่าวไทย